Royal Selangore Visitor Center

THIS IS THE BLOG FROM CREATIVE MARKETER
081-7164882

3/12/54

ภัยพิบัติของโลก โดย ศ.ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา


อาจารย์ได้ให้ความกรุณามาบรรยายเรื่องเกี่ยวกับมหันตภัยพิบัติของโลกและการเตรียมการรับมือให้ชาวเชียงใหม่ฟังในงานมหกรรม จิตเมตตา ชีวาเป็นสุข (Vegetarian Festival : Green & Happy Life ครั้งที่ 1 เรื่อง "การศึกษาเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม" (1st Syposium on Education for Health and Environment) 2-4 ธันวาคม 2554 ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มนุษย์กำลังเผชิญวิกฤติและภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินไหว ภาวะน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ภัยแล้ง ไฟป่า น้ำท่วมฉับพลัน พายุถล่มรุนแรง ควันพิษหรือการแพร่กระจายของเชื้อโรคสายพันธ์ใหม่ เหล่านี้ คือผลพวงจากปัญหาภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวอย่างมาก
ภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth ของ Al Gore เป็นตัวจุดชนวนให้คนหันมาสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังโดยเฉพาะปัญหาอุณหภูมิบนผิวโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งภาวะโลกร้อนเป็นจุดเปลี่ยนแปลงอันตรายที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปี ทั่วโลกมีการตัดไม้ทำลายป่ากันเต็มไปหมด แม้ประเทศไทยเองปัจจุบันมีพื้นที่ป่าเหลือเพียงแค่ 18% ทั่วโลกมีแต่การใช้น้ำมันใช้พลังงานมาเผาผลาญเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศก่อเกิดภาวะเรือนกระจก (Green House Effect) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการทำให้โลกร้อนขึ้นเพราะความร้อนผิวโลกถูกชั้นเรือนกระจกนี้กั้นไว้ไม่ให้ความร้อนออกไปนอกโลก
เมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกใต้และเกาะกรีนแลนด์ละลาย (น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายไม่มีผลต่อปริมาณน้ำในโลก เพราะน้ำแข็งขั้วโลกเหนือเป็นก้อนน้ำแข็งมหึมาลอยตัวอยู่) ระดับน้ำในทะเลสูงขึ้นทีละนิดๆ 2 มม. น้ำจะเริ่มท่วมเข้าสูป่าชายเลนทีละนิดๆ จนค่อยๆหมดสภาพไปที่เราไม่เคยเชื่อว่าน้ำจะท่วม กรุงเทพฯ วันนี้เริ่มเห็นเป็นจริงบ้างแล้ว
ประเด็นแผ่นดินไหวในประเทศไทย
ตั้งแต่มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายๆครั้ง รวมทั้งสสึนามิใต้ท้องทะเล เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่เรียกว่า Plate ต่างๆ พยายามจะปรับสมดุลเพราะน้ำทะเลแปซิฟิกในซีกโลกตะวันออกซึ่งมีปริมาณมหาศาล ถ่วงให้น้ำบนผิวโลกด้านนั้นมีมาก โลกจึงเริ่มแกว่ง โลกต้องปรับสมดุลให้แกนโลกเอียงเพิ่มขึ้น จึงเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมากขึ้นแผ่นดินจึงเริ่มขยับและเกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น
ในประเทศไทยเองก็มีรอยเลื่อนที่มีพลัง (Active Fault) อยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยเลือนกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ใต้เขื่อนศรีนครินทร์ค่อนข้างใหญ่ แม้ว่าเขื่อนจะแข็งแรงเพียงใดหากรอยเลื่อนนั้นรุนแรงต่างฝ่ายต่างเลื่อน เขื่อนก็ต้องแตกเข้าสักวัน
แผ่นดินในประเทศไทยก็เริ่มจมซึ่งอาจทำให้น้ำท่วมหมดได้ในที่สุด โดยเฉพาะภาคกลางของไทยซึ่งถือว่าอันตราย หากภูเขาน้ำแข็งทั่วโลกละลายหมด ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นประมาณ 8 เมตรซึ่งภาคกลางคงอยู่ไม่ได้ เพราะปัจจุบันสูงกว่าระดับน้ำทะเลแค่เมตรกว่าๆ มันอาจจะท่วมเข้ามาลึกถึงสิงห์บุรี ลพบุรี แต่เราจะยอมให้กรุงเทพมหานครและเมืองหลวงเก่าของเราคืออยุธยาจมน้ำไปหมดอย่างนั้นหรือ มันมีวิธีการแก้ไขคือการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ขวางปากอ่าวไทยขอเพียงแต่รัฐบาลรับฟังบ้างจนป่านนี้แล้วยังไม่เห็นแนวทางการป้องกันเลย
ฉะนั้น “หายนะภัยที่เกิดจากวิกฤติโลกร้อน” จึงเกี่ยวข้องกับเปลือกโลกที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่เปลี่ยนไปเพื่อให้เกิดภาวะสมดุลใหม่ สิ่งที่เสียหายตามมาจากการปรับตัวของเปลือกโลกจึงส่งผลกระทบกับชีวิตของมวลมนุษยชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจากนั้นคาดว่าอีก 12 ปี หลังโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปจะกลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความสงบสุข ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่มีการทำสงครามกันเพราะวิกฤตธรรมชาติจะทำให้มนุษย์รู้โทษภัยของ”ความไม่รู้จักพอ” แต่การไปถึงจุดนั้นได้ มนุษย์คงต้องโดนกระตุ้นจากธรรมชาติเสียก่อนเป็นการอาศัยวิกฤตเพื่อเปลี่ยนแปลง จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่มนุษย์จะต้องขอให้เกิดให้เกิดวิกฤตเสียก่อนจึงจะเลิกทะเลาะกันเลิกทำสงครามกัน เพราะตอนนี้เราพึงตระหนักว่า ทุกคนมีเวลาอยู่เพียง 12 ปี เท่านั้นก่อนถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

Keynote Speaker :
ศาสตราจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา คือ นักคิด นักวิทยาศาสตร์ ผู้คิดค้นระบบการลงจอดของยานอวกาศบนดาวอังคารขององค์การ NASA ท่านปฏิบัติสมาธิและเป็นมังสวิรัติมายาวนานกว่า 30 ปี ท่านปฏิเสธเงินเดือนของนาซาที่จะให้เพิ่มอีก 20 เท่า เพื่อที่จะกลับมาสอนหนังสือเด็กๆในชนบทในเมืองไทย สร้างคนรุ่นใหม่จากอายุ 6 ขวบ เพื่อให้เป็นอนาคตของประเทศไทยต่อไป (ปัจจุบันเป็นผู้บริหารโรงเรียนสัตยาไส อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี บรรยายสอนเรื่องการพัฒนาจิตของเยาวชนไปทั่วโลก ชีวิตของท่านเต็มไปด้วยความเสียสละ สมถะ และบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและมหาชนที่น่าสรรเสริญมาก)
Link ไป Facebook

23/10/54

การตลาดและภัยพิบัติ(Marketing and Adversity)



การตลาดและภัยพิบัติร้ายแรง
ประเทศไทยประสบภัยพิบัติร้ายแรงไม่บ่อยครั้งนัก ภัยพิบัติที่ประเทศไทยมีโอกาสพานพบหนัก ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ อาทิ วาตภัยไต้ฝุ่นเกย์เมื่อพฤศจิกายนปี 2532 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 446 คน บาดเจ็บ 154 คน บ้านเรือนเสียหาย 38,002 หลัง ประชาชนเดือดร้อน 153,472 คน พายุไต้ฝุ่นเกย์ถือเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยมากที่สุดในรอบ 27 ปี นับตั้งแต่พายุโซนร้อนแฮเรียตถล่มแหลมตะลุมพุก ในปีพ.ศ. 2505 เป็นพายุลูกเดียวในประวัติศาสตร์ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยในระดับไต้ฝุ่นและยังเป็นพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดขณะขึ้นฝั่งเท่าที่เคยมีมาในคาบสมุทรมลายู จากนั้นประเทศไทยประสบปัญหาภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami) ในภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล
ณ วันนี้ประเทศไทยประสบปัญหาภัยพิบัติอีกครั้งและน่าจะเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศมากที่สุด เพราะนอกจากจะกินระยะเวลาความเสียหายยาวนานแล้ว ยังสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจจำนวนมหาศาลมีมูลค่าเป็นล้านล้านบาท (Billion Baht) เนื่องจากเกิดขึ้นในภาคกลางของประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ คือ กรุงเทพมหานคร ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายสภาพเหตุการณ์และความเสียหายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแล้วเราทุกคนทราบกันดีแม้หลับตาก็เห็นภาพที่เกิดขึ้นทั่วกัน
เราได้บทเรียนมากมายจากวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ บทเรียนที่ผมมองเห็นในส่วนตัว คือ บทเรียนด้านการตลาดที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับความเสียหาย ที่บังเกิดขึ้นบนจิตใจที่เข้มแข็งของผู้ประกอบการหลายๆท่าน ที่เดินหน้าด้วยสติ สัมปะชัญญะและมองเห็นความเป็นไปของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วพร้อมที่จะพลิกสถานการณ์ให้กลับมายืนอยู่เหนือความสูญเสียได้อย่างมืออาชีพ
หลายๆธุรกิจได้อาศัยวิกฤตครั้งนี้ในการสร้างโอกาสให้เข้าถึงจิตใจอันอ่อนบางของผู้บริโภคในการเสริมสร้างการรับรู้ในตราสินค้า ด้วยการ “บริจาค” และมีส่วนร่วมต่างๆ ที่เรารู้จักกันดีและมีส่วนร่วมตลอด อาทิ ครอบครัวข่าว 3 บุญรอดบริเวอรี่ ปตท. และอื่นๆ อีกมากมาย ตลอดจนโออิชิ ที่บริจาคตลอดในยามที่ประเทศไทยประสบกับภัยพิบัติ เพราะการบริจาคเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดในยามวิกฤตที่แสดงออกถึงการที่องค์กรต่างๆ ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility ; CSR)
แต่การแสดงออกในยามวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่ปกติวิสัย มีความเดือดร้อนในวงกว้างระดับประเทศจนทำให้บางธุรกิจที่เคยเป็นผู้บริจาค กลายมาเป็นผู้ประสบภัยในเพียงเวลาข้ามคืน ในกรณีนี้อาจมีหลายธุรกิจที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่กรณีคุณตัน ภาสกรนที เป็นบุคคลตัวอย่างที่ขอยกย่องในที่นี่ ชื่อสกุลของเขาได้ไปเกี่ยวข้องกับน้ำและดวงอาทิตย์ที่ไม่มีหนทางตัน ธุรกิจของคุณตันจึงเกี่ยวข้องกับน้ำมาโดยตลอด หลายต่อหลายครั้งที่เรามักจะได้เห็นหน้าเจ้าพ่อชาเขียวคนนี้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้คนในยามที่บ้านเมืองประสบภัยพิบัติ ตลอดจนควักกระเป๋าบริจาคเงินจำนวนมาก เพื่อช่วยน้ำท่วม ตั้งมูลนิธิเพื่อการศึกษา สร้างอาคารเรียน ฯลฯ ในฐานะผู้บริจาคเงินช่วยผู้เหลือประสบภัยน้ำท่วมรายใหญ่ที่สุด ได้มอบเงินบริจาคให้รัฐบาลถึง 40 ล้านบาท รวมถึงเสื้อชูชีพนับหมื่นตัว เรือ และถุงยังชีพ รวมมูลค่าหลายล้านบาท และเตรียมก่อตั้งมูลนิธิตันปันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำให้ภาพของชายผู้นี้ คือนักธุรกิจใจบุญผู้มีรอยยิ้มและอารมณ์ดีที่สุดคนหนึ่ง มาวันนี้เขาเองต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจอีกหลายแห่งในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะโรงงานเครื่องดื่มที่เขาปลุกปั้นขึ้นมาด้วยเงินลงทุนกว่า 3,500 ล้านบาท ได้จมไปกับน้ำท่วมและเสียหายทั้งหมด 100%
แม้ว่าความเสียหายครั้งนี้ ทำให้เจ้าพ่อชาเขียวต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เพราะโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุด แต่ถึงกระนั้น คุณตันก็ยังมองโลกในแง่ดี
"ก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ผมคนเดียว แต่ทั้งประเทศมีคนเป็นตั้งเยอะ มีคนหนักหนากว่าผมมาก แต่สำหรับผมก็หนักหนาอยู่เหมือนกัน ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีกำลังใจ ทุกอย่างสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ผมว่ากำลังใจสำคัญมาก ถ้ามีกำลังใจอยู่ชีวิตก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ เป็นคนไทยไม่ยอมแพ้ ชีวิตนี้ไม่มีทางตัน"
คุณตัน กล่าวต่อว่า เขาไม่โกรธธรรมชาติ เพราะที่ผ่านมาธรรมชาติได้เตือนเราตลอด แต่เราไม่รู้ เมื่อถึงคราวธรรมชาติเอาคืนบ้างก็คงจะโทษใครไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง บทเรียนครั้งนี้ ทำให้เราต้องกลับมาคิดใหม่ว่า เราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ถือเป็นบทเรียนราคาแพงและวันนี้ทุกอย่างจบแล้ว สิ้นสุดการต้านทานน้ำแล้ว ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันและให้กำลังใจกัน พรุ่งนี้ก็คงต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ และสู้ต่อไปแต่ในขณะเดียวกัน คุณตันยังคงมุ่งหน้าช่วยเหลือผู้คนที่ตกระกำลำบากบนความตั้งใจพื้นฐานคือการช่วยเหลือผู้คนที่ลำบากในยามเกิดภัยพิบัติ ส่วนธุรกิจของคุณตันได้เลือกที่จะเอาไว้ทีหลัง เพราะในวันนี้จะทำการแก้ไขอะไรก็คงยังไม่ได้ แต่การช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ต้องเกิดขึ้นก่อนและสำคัญกว่า คุณตันจึงออกแจกข้าวของและช่วยเหลือผู้ประสบภัยท่านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ในสภาพที่ตัวเองเจ็บปวดแสนสาหัส
กระแสข่าวความสูญเสีย ผสมความอดกลั้นและจิตกุศลอันยิ่งใหญ่ของคุณตันได้สะพัดไปทั่วสารทิศ ไม่ว่าไปที่ไหนก็จะได้ยินคนพูดถึง คุณตัน โออิชิ ซึ่งกลายเป็นนามสกุลใหม่ไปแล้ว เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและน้ำใจที่คุณตันเลือกเป็นทางเลือกที่ต้องดำเนินการก่อนโรงงานและธุรกิจของตัวเอง ที่สำคัญเราได้ยินคุณตันพูดถึง การไม่ปลดคนงาน ไม่ลดเงินเดือน สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับเหล่าพนักงานซึ่งพร้อมใจที่จะอยู่ช่วยเหลือคุณตันต่อไปหลังน้ำลดกันทุกคน กระแสเหล่านี้ล่วงรู้ เข้าหูคนทั่วประเทศ นำมาซึ่งการแสดงออกถึงการยกย่องสรรเสริญ คุณตัน ไปพร้อมๆกับแบรนด์โออิชิ ตลอดเวลา ถึงขั้นตั้งใจจะแสดงออกว่าต่อไปนี้จะชดเชย คือน้ำใจที่คุณตันมีให้ต่อชาวไทยด้วยการอุดหนุนสินค้าใน เครือโออิชิ ตลอดไป แต่ด้วยสภาวะวิกฤตเช่นนี้ ไม่ใช่คนทุกคนจะเลือกนำมาใช้ได้ เพราะมันเกี่ยวกับสภาพจิตใจ ณ ขณะนั้นว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับความสูญเสีย คุณตันได้เลือกใช้วิกฤตเป็นโอกาสบนสภาพจิตใจที่ร้าวฉานได้ด้วยอารมณ์ที่ชาญฉลาด (Emotion Quotient) เป็นอย่างยิ่ง
การกระทำของคุณตัน ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากระเบียบหรือแบบแผนที่กำหนดไว้ ไม่มีใครยอมลงทุนสูญเสียมหาศาลแบบนี้เพื่อที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสของตน (Disaster situations make heroes out of ordinary people) ธรรมชาติเป็นสิ่งที่บังคับควบคุมไม่ได้ แต่สภาพจิตใจของคุณตันขณะนั้นควบคุมได้ คุณตันได้กำหนดให้จิตใจตัดสินใจเลือกทำในสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดก่อน คือ เลือกช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เลิกจมกับความโศกเศร้าและสู้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกล้าหาญ
ผมเชื่อว่าตราสินค้าแบรนด์โออิชิจะถูกเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ จากการกระทำของคุณตันทั้งที่เจตนาหรือไม่ตั้งใจ ซึ่ง ณ สถานการณ์ในปัจจุบันลูกค้าก็เทใจให้แบรนด์โออิชิไปหมดแล้ว กลายเป็นแบรนด์แห่งน้ำใจและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ตราบนานเท่านาน เช่นเดียวกันกับแบรนด์ฮอนด้าซึ่งเสียหายมากมายเช่นกัน แต่บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมถึง 100 ล้านบาทผ่านสภากาชาดไทย ก็คงเป็นอีกแบรนด์แห่งน้ำใจที่คนไทยจะเลือกเป็นแบรนด์แรกๆ ก่อนแบรนด์อื่นๆ
แบรนด์โออิชิ จึงมีมูลค่ามหาศาลกว่าสิ่งที่คุณตันสูญเสียไป ความเป็นฮีโร สร้างไม่ได้ง่ายๆด้วยหลักการตลาดธรรมดาแต่มันต้องสร้างจากจิตสาธารณะและการให้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ผู้หนึ่ง

see also : http://www.facebook.com/kulachatrakul

22/5/54

Creative Marketing


เมื่อนโยบายของรัฐบาลขานรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ที่ว่าด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการนำพาประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างสรรค์และมีแนวคิดแปลกใหม่สอดคล้องไปพร้อมๆกัน ประกอบด้วย การสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่เกิดจากความร่วมมือของธุรกิจที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน การใช้กลยุทธ์การตลาดน่านน้ำสีขาว หรือการทำการตลาดบนพื้นฐานของจริยธรรม เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้แนวคิดนอกรอบไม่ยึดติดรูปแบบเดิมๆ การผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน หรืออาจจะประยุกต์ใช้หลักการของ SCAMPER ในการสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการใหม่ๆ อันได้แก่ การใช้หลักการทดแทน ร่วมกัน ปรับปรุง ทำให้ใหญ่ขึ้น เล็กลง การนำไปใช้กับสิ่งอื่น การกำจัดออก และการปรับรื้อระบบใหม่ โดยจะต้องมีการพัฒนาตราสินค้าไปพร้อมๆกับการใช้เครื่องมือส่งเสริมการตลาดที่ทันสมัยสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ที่ต้นทุนต่ำแต่เข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ โดยอาศัยการผลักดันและสนับสนุนจากองค์กรตามนโยบายของรัฐ คือ สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง กรม กอง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้สำเร็จตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับดังกล่าว
In compliance with the government’s policy of the Economic and Social Development Plan No. 11, the focus has been turned to using Creative Economy as an important strategy that will lead the nation in position to compete with other countries. The most important issue about a successful marketing strategy is to have both creative and innovative ideas working together. These ideas include creating products and services through collaborations between companies that have different corporal strengths. The followings are different strategies that could be used like White Ocean Strategy, Corporate Social Responsibility; (CSR), Lateral marketing (think out of the box) or integrating art, culture, history and modern technology. Another alternative is to use the SCAMPER model to create new products or services. These methods include Substitution, Combination, Adaptation, Magnification/ Minification, Put to other uses, Elimination and Rearrangement. There is a need to develop brands by using modern marketing tools that requires small budget but can effectively relate to consumer’s behavior through Social Media. These methods are fully supported by the government both public and private sectors such as Thailand Creative Economy Agency (TCEA), Thailand Creative and Design Center (TCDC) under the Prime Minister’s Office.

5/7/53

ไดโนเสาร์ตัวแรกของภาคเหนือ ; ไดโนเสาร์เชียงม่วน




ไดโนเสาร์ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา

ตอนไป NEC เมื่อน่านก็ซนไปเรื่อยตามประสานักวิชาการ ขับรถออกจากเชียงใหม่ ไปทางวังเหนือ พะเยา ถึงแยกแม่ต๋ำ ผมก็ขับรถไปตามหัวไดโนเสาร์จำลองที่พาดผ่านเส้นทาง เลี้ยวไป อ. เชียงม่วน เลย ภูเขาก็สูงพอสมควรครับ ต้องขับระวังกันหน่อย พอถึงเชียงม่วนก็เลี้ยวเข้าไปยังแก่งหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานวนอุทยานไดโนเสาร์ - แก่งหลวง ตื่นเต้นมากครับ ตามรูป

ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์เชียงม่วน พบครั้งแรกประมาณเดือนสิงหาคม 2545 โดยชาวบ้านหนองกลาง หมู่ 7 ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จ.พะเยา ที่เข้าไปหาเห็ดในป่าบริเวณดอยแก่งหลวง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นกระดูกของสัตว์อะไร ต่อมาวันที่ 17 ธันวาคม 2545 คณะนายวราวุธ สุธีธร หัวหน้าศูนย์ศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ได้เข้ามาทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นกระดูกของไดโนเสาร์พวกซอโรพอด

หลุมขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ตั้งอยู่บริเวณดอยแก่งหลวง บ้านหนองกลาง หมู่ 7 ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จ.พะเยา บริเวณที่พบซากดึกดำบรรพ์เป็นเนินเขาเตี้ยๆ จากลักษณะทางธรณีวิทยา บริเวณที่พบซากดึกดำบรรพ์ เป็นชั้นหินทรายสีแดงของกลุ่มหินโคราช ช่วงยุคจูแรสซิกตอนปลายถึงครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 159 - 99 ล้านปี)

คณะสำรวจได้ทำการตรวจสอบและสำรวจบริเวณใกล้เคียง พบกระดูกของไดโนเสาร์จำนวนมาก ทั้งสภาพที่สมบูรณ์และแตกหัก ภายในหลุมขุดขนาดประมาณ 1 ตารางเมตร ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ประกอบด้วย กระดูกส่วนหาง กระดูกซี่โครง กระดูกสะโพก และกระดูกขา เป็นกระดูกของไดโนเสาร์พวก ซอโรพอดกินพืชเป็นอาหาร คอยาว หางยาว เดินสี่ขา ความยาวประมาณ 15 เมตร

คณะสำรวจได้ทำการขุดสำรวจเบื้องต้น โดยทำการเปิดหน้าดินออกไปเป็นบริเวณกว้างประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 7 เมตร ลึก 2 เมตร พบแนวของกระดูกไดโนเสาร์เรียงต่อไปทางด้านเหนือ จำนวนมากกว่า 20 ชิ้น และได้ทำการอนุรักษ์ชิ้นส่วนกระดูกบางส่วนที่แตกหักเสียหายขึ้นมาจากหลุมขุดค้น เพื่อนำกลับมาทำการซ่อมแซมทำความสะอาดที่ศูนย์ศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าว ส่วนกระดูกที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ได้นำไปจัดแสดงยัง ที่ว่าการอำเภอเชียงม่วน
ที่มาข้อมูล :วิชาการดอทคอม http://www.vcharkarn.com/vcafe/14382

26/12/52

สมรภูมิรบเขาค้อกับวีรชนผู้เสียสละ จ.เพชรบูรณ์



เขาค้อ มีชื่อเสียงในฐานะที่มีเป็นสถานที่ที่อากาศเย็นสบาย สดชื่นได้ทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี เพียง 18-25 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา ที่ประกอบด้วยภูเขา เนินใหญ่ เนินน้อย สลับกันไปมา สวยงาม ยอดเขาที่สูงที่สุดของเขาค้อ คือ เขาย่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ มีความสูง 1,290 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนยอดเขาค้อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ มีความสูง 1,174 เมตร สภาพอากาศบนเขาค้อจึงค่อนข้างเย็น และเย็นจัดในฤดูหนาว และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยมากแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก

ชื่อเขาค้อ มีที่มาจาก ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก ซึ่งโดยปกติต้นค้อจะขึ้นในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง

สถานที่ท่องเที่ยงบนเขาค้อ นอกจากจะมีความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่ทางราชการ ใช้ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ก่อนที่ผกค. จะแพ้พ่าย และสูญหายไปจากประเทศไทย ซึ่งสถานที่สำคัญหลายแห่งบนเขาค้อ ยังปรากฎหลักฐานเหล่านี้อยู่จำนวนมาก

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 โดยสร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหารในปี พ.ศ. 2524 ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย มีทางแยกขวาไปเส้นทางหมายเลข 2323 ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร
ที่มา : http://www.khaoko.com

ป้าย....โคตระ ป้าย....เหลือเชื่อ

มีป้ายต่างๆ ที่สร้างความสนุกสนาน สับสนและงงงวยต่อผู้พบเห็นมากมาย เท่าที่รวบรวมมานี่ก็มาจากที่ต่างๆ ทั้งที่ พบเอง และมีคนส่งมาทางเนต ก็อ่านกันดูพอสนุกสนานหน่ะครับ แต่ก็ยังงง ว่ามีเจตนาอะไร ความหมายคืออะไร What does it mean?
รูปแรก ป้ายบ้านโดนเอาว์ แถว อ.กันทรลักษณ์ โอแม่เจ้า รูปต่อไป ผาหำหด อยู่ จ.ชัยภูมิ และรูปที่สาม หมู่บ้านสุกรพนา อยู่แถวหลังมหาลัยของผม พายัพ เชียงใหม่นี่เอง

รูปที่ 4 นี่เลย ใครไปเที่ยวพาร์คลับ เชียงรายบ่อยๆ ต้องเห็นสองผับนี่แน่นอน

รูปต่อไป ใครกำลังมีความรัก หรือ จะสมหวังเรื่องใดห้ามไปเด็ดขาด "บ้านท่าจะแห้ววว" ก๊าก แถวประจวบนู่น

ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ What does it mean???

Download เอกสารบรรยาย MK492 สัมมนาการตลาด

1) Marketing Plan (ppt.)
2) ตัวอย่างแผนการตลาด (Download)

Creative Marketing

Creative Marketing
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ "เขาสร้างความมั่งคั่งกันอย่างไร"

ชมรมทายาทธุรกิจ หอการค้า จ.ลำปาง

โครงการสัมมนาทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2
ชมรมทายาทธุรกิจ หอการค้า จ.ลำปาง
คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอินเตอร์เทค จ.ลำปาง
17-18 Nov 2010
Download เนื้อหาการอบรม

ปริญญาตรี สำนักวิชาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์

อบรมเขียนแผนธุรกิจ-ธุรกิจ ICT

จัดโดย หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ ม.แม่ฟ้าหลวง

การอบรมเขียนแผนธุรกิจสำหรับธุรกิจ ICT

เอกสารสำหรับ Download
แผนธุรกิจ (Business Plan) คือ อะไร

เอกสารเกี่ยวกับแผนการตลาด MK1 , MK2 , MK3

เอกสารเกี่ยวกับแผนการผลิตและการบริหารองค์กร

โปรแกรมแผนการเงิน

ตัวอย่างแผนธุรกิจ 1 , 2
แบบฟอร์มช่วยในการเขียนแผน


โครงการปริญญาโทสาขาวิศวอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หลักสูตรนิเทศน์ศาสตร์มหาบัณฑิต

คณะวิทยาการจัดการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร CA6505
อ.กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
Course Outline & Slide Download
Pretest
Module1
Ch1 Information System Concept & MIS
Ch2 Information Technology
Module2
Ch3 ICT in Marketing
Ch4 e-Marketing.pdf(updated) ,
(ppt)


Case Study
Lab : Google
Project & Template
Assessment

รายงานผลสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เนตในไทย 2551(.pdf)


มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา

Creative Commons

Creative Commons License
Kulachatrakul Travel's Blog โดย Thailand Cyber University อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ kulachatrakul.blogspot.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://kulachatrakul.blogspot.com/